ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน

โรงเรียนสหมิตรวิทยา ตั้งอยู่เลขที่ ๖๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา (เดิมอำเภอแม่แจ่ม) จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ประกาศศาสนาคริสต์คณะแบ๊บติสต์ มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.๒๔๙๖ นำโดย มิสเตอร์แวน แบนต์สโครทเธอร์ ได้เดินทางเข้ามาในหมู่บ้านหนองเจ็ด-หน่วย เขตมูเส่คี ซึ่งในสมัยนั้นการเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านยากลำบากมาก ต้องเดินขึ้นเขาลงห้วย ข้ามแม่น้ำ กว่าจะถึงหมู่บ้านใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เมื่อท่านได้เดินทางมาถึงและเห็นสภาพความเป็นจริงตามคำบอกเล่าของอาจารย์บอเหน่ ขันแก้ว ซึ่งเป็นผู้ประกาศชาวกะเหรี่ยง    จากนั้นเริ่มมีการวางแผนที่จะสร้างโรงเรียนขึ้น เพื่อให้เด็กชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่ด้อยโอกาสได้เรียนหนังสือ  อ่านออก เขียนได้ สามารถสื่อสารกับผู้อื่นหรือติดต่อกับทางราชการได้ พร้อมทำการประกาศพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ไปด้วย

              พ.ศ.๒๔๙๘  คณะมิชชั่นนารีร่วมกับสมาชิกคริสตจักร     นำโดยอาจารย์บอเหน่ ขันแก้ว  และนายบือคา หวังใจ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ประชุมกันเพื่อก่อตั้งโรงเรียนชั่วคราวซึ่งไม่เป็นทางการขึ้นที่ ทีบอ-ละถ่า อยู่ระหว่างหมู่บ้านหนองเจ็ดหน่วยและหมู่บ้านแจ่มหลวง เริ่มแรกสร้างเป็นกระท่อมชั่วคราวใช้สำหรับสอนเด็กๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้อ่านออกเขียนได้โดยมี อาจารย์เบอร์นี่โพ โพโพ เป็นครูสอนคนแรก 

              พ.ศ.๒๕๐๐ มิสเตอร์คาร์เดอร์ มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน มีงบประมาณพอที่จะก่อสร้างโรงเรียนโดยมีข้อแม้ว่าที่ตั้งของโรงเรียนจะต้องมีหนังสือเอกสารสิทธิ์ที่ดินต่อมาได้ซื้อที่ดินของนางงือโพจำนวนพื้นที่ ๖ ไร่ ๒ งาน ๙๕ ตารางวา เป็นจำนวนเงิน ๒,๕๐๐ บาท (สองพันห้าร้อยบาทถ้วน) และได้ก่อสร้างอาคารเรียนหลักแรกขึ้นโดยให้ชื่ออาคารว่า อาคารคาร์เดอร์    เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔

              ในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๐๖  โรงเรียนได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีชื่อว่า โรงเรียนสหมิตรวิทยาประเภทสามัญเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ ๔ มีนายบือคา หวังใจ เป็นเจ้าของ นายชวน  ดาวเรือง เป็นผู้จัดการ  นายจำนง อุประคำ เป็นครูใหญ่ เก็บค่าเล่าเรียนตลอดปีๆ ละ ๕๐ บาท  แบ่งเป็น ๒ ครั้งๆ ละ  ๒๕  บาท

              ปีพ.ศ.๒๕๑๐  นายบุญมา ตื้อจันทร์ตา    เป็นผู้จัดการโรงเรียน และนายไสว สงวน-วงค์วิจิตร เป็นครูใหญ่ และได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียนจาก  ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ถึง  ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ถึง  ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗

              ปีพ.ศ.๒๕๑๒  โรงเรียนได้รับอนุญาตให้ขยายชั้นเรียน  ชั้นประถมศึกษาปีที่    ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่  ๗ ให้เรียกเก็บค่าเล่าเรียนปีละ ๗๕ บาท

              ปีพ.ศ.๒๕๑๓  โรงเรียนได้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ๑ หลัง เป็นอาคารไม้      ๒ ชั้น  มี ๔ ห้องเรียน  และ ๑ ห้องทำการ ซึ่งเป็นเงินบริจาคจากภรรยาของนายวอร์เทอร์ มาร์ติน  นายทหารชาวอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามเวียตนาม และได้ตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่าอาคารมาร์ติน เพื่อเป็นอนุสรณ์

              ปีพ.ศ.๒๕๑๖  นายดำรง  วัฒนา เป็นครูใหญ่ และได้มีการเปลี่ยนแปลงระดับ    การศึกษาของไทยจาก ๗       มาเป็น      ๓ ใน พ.ศ.๒๕๕๐

              วันที่ ๒๒ มกราคม  พ.ศ.๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนสหมิตรวิทยาและพสกนิกรของพระองค์ในตำบลบ้านจันทร์ เป็นครั้งแรกนำความปลาบปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

              ปี พ.ศ.๒๕๒๓ โรงเรียนขออนุญาตขยายชั้นเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ ๑ ถึงชั้น   มัธยมศึกษาปีที่ ๓  และได้รับอนุญาตให้เปิดสอนเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๒๔  ให้รับ   นักเรียนได้ทั้งหมดไม่เกิน  ๓๙๕  คน ระหว่างนี้ มีนายถวิลศักดิ์ จันทรยุทธ เป็นผู้จัดการ ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒ และมีการเปลี่ยนแปลงผู้รับใบอนุญาตในพ.ศ.๒๕๒๖ โดยมีนายชาญชัย  คีรีผจญ เป็นผู้รับใบอนุญาตลงนามแทนมูลนิธิแบ๊บติสต์เพื่อการศึกษา

              ปี พ.ศ.๒๕๓๐ โรงเรียนได้รับงบประมาณจาก BIM เป็นจำนวนเงิน  ๕๐๐,๐๐๐  บาท     (ห้าแสนบาทถ้วน) สร้างอาคารเรียนหลังใหม่เป็นอาคารไม้    ชั้น ๖ ห้องเรียน โดยตั้งชื่อว่า อาคารบือคา มีการต่อเติมอาคารคาร์เดอร์และอาคารมาร์ติน  อาคารละ ๒ ห้องเรียน ชั้นบน  ๑ ห้อง ชั้นล่าง ๑ ห้อง

              ปีพ.ศ.๒๕๓๒ โรงเรียนได้รับเงินงบประมาณจากการอนุเคราะห์ ของพี่น้องคริสตจักรประเทศสวีเดน ทำการก่อสร้างอาคารอำนวยการเป็นอาคาร ๒ ชั้นตั้งชื่อว่า อาคารอำนวยการ  เป็นที่บริหารงานของโรงเรียน

              ปีพ.ศ.๒๕๓๔ ก่อสร้างอาคารเรียน ๒  ชั้น ๖ ห้องเรียน จำนวน    หลัง  หอประชุม       หลัง  ห้องน้ำห้องส้วม ๔ หลัง หอพักนักเรียน ๒ ชั้น ๒ หลัง แยกเป็นหอพักชาย และหอพักหญิง   บ้านพักพ่อบ้าน ๑ หลัง และบ้านพักครู ๔ หลัง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๘ ล้านบาท (สิบแปดล้านบาทถ้วน) และมีนายโยธิน ศักดิ์คีรีชัย ดำรงตำแหน่งเป็นครูใหญ่ และโรงเรียนได้รับอนุญาตให้รับนักเรียนเพิ่มได้แต่ไม่เกิน ๘๕๕  คน ใน พ.ศ.๒๕๓๖

              ปีพ.ศ.๒๕๓๘ โรงเรียนเปลี่ยนแปลงจากโรงเรียนเอกชนมาตรา ๑๕(๑) เป็นโรงเรียนเอกชนมาตรา ๑๕(๓) ประเภทสงเคราะห์การศึกษา ในปีต่อมาทางโรงเรียนได้ยกเลิกการเรียน เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาทุกกรณี

              ปีพ.ศ.๒๕๔๔ โรงเรียนได้รับอนุญาตขยายชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และมี     การเปลี่ยนปลงครูใหญ่เป็น นายประวิทย์ สุริยมณฑล ในปี  พ.ศ.๒๕๔๖ จนกระทั่งวันที่ ๓๐ เมษายน  พ.ศ.๒๕๔๘  โรงเรียนปิดโครงการคอมแพสชั่น

              ปัจจุบัน นักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนเป็นชาวเขามาจากครอบครัวที่ด้อยโอกาสและยากจน ๗ ชนเผ่า ได้แก่ เผ่ากะเหรี่ยงสะกอ, กะเหรี่ยงโป, ม้ง, อาข่า, ลาหู่, ละว้าและลีซู มา จากพื้นที่ต่างๆ ได้แก่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก,อำเภอแม่สะเรียง,อำเภอแม่ลาน้อย, อำเภอขุนยวม, อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน, อำเภอฝาง,อำเภอเชียงดาว,อำเภอแม่แตง,              อำเภอแม่ริม,อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอแม่จันจังหวัดเชียงราย และจังหวัดแพร่        เป็นนักเรียนประจำหอพัก ๑๖๐ คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มิถุยายน ๒๕๕๗)